1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ได้รู้จักการเขียนเชิงธุรกิจ
การเขียนแบบฟอร์มมี 4 แบบ คือ
1. แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
2. แบบฟอร์มที่ผู้อื่นขอความร่วมมือให้กรอแบบฟอร์มชนิดนี้เพื่อต้องการทราบข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง และทัศนะของประชาชนกลุ่มต่างๆ
3. แบบฟอร์มที่ใช้ติดต่อภายในองค์การ เช่น แบบฟอร์มขออนุญาติใช้วัสดุอุปกรณ์ แบบฟอร์มใบลา แบบฟอร์มขอกู้เงินสวัสดิการ
4. แบบฟอร์มสัญญา หมยถึงแบบฟอรืมทางกฎหมายระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย เช่น สัญญาจะขายสินค้า เป็นต้น
- การเขียนจดหมายเชิงธุรกิจ คือจดหมายที่บุคคลติดต่อกับบุคคล เช่นจดหมาย ติดต่อสอบถาม การบอกขาย แจ้งเตือนสินค้า
- จดหมายเปิดผนึก ป็นจดหมายธุระกิจเขียนเผยแพร่ต่อสาธารณชน สื่อมวลชน
- จดหมายราชการ หรือหนังสือราชการ เป็นจดหมายที่ใช้ติดต่ออยู่ในหน่วยงาน ราชการหนึ่งกับอีกส่วนหนึ่ง
- การเขียนจดหมายธุรกิจ ประเภทของการเขียนจดหมายธุรกิจ
จดหมายส่วนตัว / จดหมายขอเปิดเครดิต / จดหมายเสนอขายสินค้า / จดหมาย สอบถาม / จดหมายเตือนหนี้หรือทวงหนี้
- รูปแบของการเขียนจดหมายในลักษณะต่างๆ
2. ความรู้ใหม่ ได้รู้จักการเขียนจดหมายที่ถูกวิธีไม่ว่าจะเป็นระดับทางการ หรือระดับกึ่งทางการ
ได้รู้จักการกรอกแบบฟอร์มในลักษณะต่างๆ และเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
3. ข้อเสนอแนะ เรียนวันนี้ดิฉันรู้สึกสนุกมากๆ ค่ะ เรียนแล้วไม่เคลียด อาจารย์สอนไม่น่าเบื่อเลยค่ะ อยากจะให้อาจารย์สอนลักษณะแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆค่ะ ชอบๆ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
Monday, 27 January 2014
Monday, 20 January 2014
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 7
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ความรู้พื้นฐานในเรื่องของการแต่งกลอน
- กวีนิพนธ์ เป็นบทร้อยกรองที่สร้างสรรค์ความงามเข้าด้วยตัวอักษรเลี้ยง จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำสื่อสารอันเป็นเอกลักษณ์ หรือการสร้างภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการได้อย่างสวยงามกว้างไกลและไร้ขอบเขต รวมทั้งเกิดความรู้สึกสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง
- การเขียนกวีนิพนธ์ พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงของสละหรือเสียงของพยัญชนะ หากคล้องจองด้วยเสียงสระเรียกว่า สัมผัสสระ
- สัมผัสนอก คือ สัมผัสนอกวรรคและนอกบท เป็นสัมผัสบังคับด้วยเสียงสระ
- สัมผัสใน คือ สัมผัสในวรรคเดียวกัน ซึ่งมีสัมผัสสระและสัมัสอักษร เป็นสัมผัสที่มีความไพเราะ
- ความหมายของคำไวพจน์ คำเอก คำโทในโคลงสี่สุภาพ
- กาพย์ หมายถึง คำประพันธ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีการกำหนด คณะ พยางค์ และสัมผัส เช่นเดียวกับฉันท์แต่ไม่บังคับคลุ - ลหุ // ประเภทของกาพย์
2. ความรู้ใหม่ -ได้รู้เทคนิควิธีการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ
-ได้รู้จักการแต่งกลอนในลักษณะต่างๆ
- ได้การบ้านคือ พระอภัยมณี กับนางเงือกได้กันยังไง
- เรียนรู้ในเรื่องการใช้คำคล้องจองต่างๆ ค่ะ
3. ข้อเสนอแนะ พอใจกับลักษณะการสอนของอาจารย์ค่ะ เรียนแล้วไม่เคลียด รู้สึกสนุกค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
- กวีนิพนธ์ เป็นบทร้อยกรองที่สร้างสรรค์ความงามเข้าด้วยตัวอักษรเลี้ยง จังหวะ หรือท่วงทำนอง มีถ้อยคำสื่อสารอันเป็นเอกลักษณ์ หรือการสร้างภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านจินตนาการได้อย่างสวยงามกว้างไกลและไร้ขอบเขต รวมทั้งเกิดความรู้สึกสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง
- การเขียนกวีนิพนธ์ พยางค์ที่คล้องจองด้วยเสียงของสละหรือเสียงของพยัญชนะ หากคล้องจองด้วยเสียงสระเรียกว่า สัมผัสสระ
- สัมผัสนอก คือ สัมผัสนอกวรรคและนอกบท เป็นสัมผัสบังคับด้วยเสียงสระ
- สัมผัสใน คือ สัมผัสในวรรคเดียวกัน ซึ่งมีสัมผัสสระและสัมัสอักษร เป็นสัมผัสที่มีความไพเราะ
- ความหมายของคำไวพจน์ คำเอก คำโทในโคลงสี่สุภาพ
- กาพย์ หมายถึง คำประพันธ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีการกำหนด คณะ พยางค์ และสัมผัส เช่นเดียวกับฉันท์แต่ไม่บังคับคลุ - ลหุ // ประเภทของกาพย์
2. ความรู้ใหม่ -ได้รู้เทคนิควิธีการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ
-ได้รู้จักการแต่งกลอนในลักษณะต่างๆ
- ได้การบ้านคือ พระอภัยมณี กับนางเงือกได้กันยังไง
- เรียนรู้ในเรื่องการใช้คำคล้องจองต่างๆ ค่ะ
3. ข้อเสนอแนะ พอใจกับลักษณะการสอนของอาจารย์ค่ะ เรียนแล้วไม่เคลียด รู้สึกสนุกค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
Tuesday, 7 January 2014
อยากให้ประเทศไทยสงบสุข
ประเทศไทยเปรียบเสมือนดั่งด้ามขวานทอง เพราะประเทศไทยมีลักษณะคล้ายด้ามขวาน เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนชาวไทยรักใคร่กลมเกลียว มีความสามัคคีกัน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่สงบสุข ช่วยเหลือเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน รู้รักแผ่นดินถิ่นกำเนิดประดุจดั่งดวงใจ แต่พอย้อนกลับมาดูประเทศไทยในปัจจุบันนี้ช่างแตกต่างกับสมัยก่อนราวฟ้ากับเหว ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีแต่ความวุ่นวาย ความรุนแรง ผู้คนมีแต่ความแกร่งแย่ง ไม่มีความรักใคร่ปรองดองกันเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ในปัจจุบันนี้ประเทศไทยไม่มีความสงบสุขเสียเลย มีแต่ความวุ่นวาย ประหนึ่งคือผู้คนมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป ผู้คนส่วนใหญ่ชอบเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ จึงทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ ตามมา ยกตัวอย่างเช่น สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันนี้เกิดความวุ่นวายยิ่งนัก เนื่องจากคนในสังคมเกิดการแบ่งพรรค แบ่งสี ไม่ฟังเหตุผล ไม่หันหน้ามาคุยกัน จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย โดยไม่นึกถึงอนาคตของประเทศไทยในวันข้างหน้าเลยว่าจะเป็นอย่างไร สิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ การคมนาคมต่างๆ และที่สำคัญคือเรื่องของการศึกษา การขาดเรียน การหยุดเรียน ของนักเรียนนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีการชุมนุมของผู้ประท้วงของกลุ่มต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนไทย เป็น เยาวชนไทยคนหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะเห็นประเทศชาติของเรามีแต่ความสงบสุข ไม่อยากจะให้มีการขัดแย้ง ไม่อยากจะให้มีความรุนแรงในเรื่องต่างๆ อยากเห็นคนไทยมีความรักใคร่ ปรองดอง สามามัคคีซึ่งกันและกันดังญาติมิตรหรือดั่งคนในครอบครัว มีความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รู้รักแผ่นดินถิ่นกำเนิดของตนเองประดุจดั่งดวงใจ ถ้าคนไทยมีความรักใคร่ซึ่งกันและกัน มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ แค่นี้ประเทศไทยเราก็จะมีแต่สงบสุข ไม่เกิดความวุ่นวาย หรือความรุนแรงค่ะ และที่สำคัญคือประเทศชาติของเราก็จะมีความเจริญก้าวหน้า สามารถไปแข่งขันกับต่างชาติได้ค่ะ สุดท้ายนี้ดิฉันเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากจะเห็นคนไทยรักกัน อยากจะให้ประเทศไทยมีความสงบสุข และอยากจะเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงค่ะ อยากจะให้คนไทยรักกันประดุจดั่งดวงใจค่ะ ฉันรักประเทศไทย
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ ได้รู้ถึงประเภทต่างๆ ของโวหาร
- บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ
- พรรณาโวหาร คือ การเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด
- เทศนาโวหาร คือ กระบวนกาเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฎิบัติตาม
- อุปมาโวหาร คือกระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคายชัดเจนยิ่งขึ้น
- สาธกโวหาร คือ กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่าง หรือเรื่องราวปรกอบเนื้อเรื่อง เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น
- อธิพจน์ คือ กล่าวเกินความเป็นจริง
- อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
2. ความรู้ใหม่
- ได้รู้จักความหมายของคำว่า ภาพพจน์ และ ภาพลักษณ์ อย่างชัดเจน
- ได้รู้จักความหมายของวง Paradox คือคำว่า ปฏิพจน์ หรือ ปฏิภาคพจน์
3. ข้อเสนอแนะ อยากจะให้อาจารย์มีกิจกรรมระหว่างเรียแบบนี้อีกค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
- บรรยายโวหาร คือ กระบวนความที่แจกแจงเรื่องราวอย่างละเอียด แจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ
- พรรณาโวหาร คือ การเขียนบรรยายเรื่องราวอย่างละเอียด
- เทศนาโวหาร คือ กระบวนกาเขียนแบบแนะนำสั่งสอนโน้มน้าวให้ผู้อ่านเห็นและปฎิบัติตาม
- อุปมาโวหาร คือกระบวนการเขียนเปรียบเทียบให้เกิดความคมคายชัดเจนยิ่งขึ้น
- สาธกโวหาร คือ กระบวนการเขียนที่ยกตัวอย่าง หรือเรื่องราวปรกอบเนื้อเรื่อง เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้มากขึ้น
- อธิพจน์ คือ กล่าวเกินความเป็นจริง
- อวพจน์ คือ กล่าวน้อยกว่าความเป็นจริง
2. ความรู้ใหม่
- ได้รู้จักความหมายของคำว่า ภาพพจน์ และ ภาพลักษณ์ อย่างชัดเจน
- ได้รู้จักความหมายของวง Paradox คือคำว่า ปฏิพจน์ หรือ ปฏิภาคพจน์
3. ข้อเสนอแนะ อยากจะให้อาจารย์มีกิจกรรมระหว่างเรียแบบนี้อีกค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา รหัส 55113400214 ตอนเรียน D1
Monday, 23 December 2013
บันทึกสะท้อนการเรียนรู้ครั้งที่ 5
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ - ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนชีวประวัติ ประเภทของชีวประวัติ หลักการเขียนและ ลักษณะของการเขียนชีวประวัติที่ถูกวิธี
- ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนคำขวัญ และได้รู้คำขวัญประจำจังหวัดต่างๆ ค่ะ
- ได้ทราบลักษณะการเขียน การอ่านการกล่าวเปิดปิดงานประเภทต่างๆ ด้วยค่ะ คำที่
คำที่ใชควรมีลักษณะเป็นอย่างไร
- ขั้นตอนและเทคนิคการเขียนเรียงความที่ถูกต้อง
2. ความรู้ใหม่ - ได้ทราบความหมายของชีวประวัติ รวมถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า"เรียงความ กับ ความเรียง " และยังได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด เช่น การเล่นเกม การตอบ คำถาม การทำแบบทดสอบที่เพื่อนๆ แต่ละกลุ่มได้นำมาทดสอบกันค่ะ
3. ข้อเสนอแนะ - อยากจะให้มีเกม หรือมีกิจกรรมที่สนุกๆ มาใช้เล่น ระหว่างที่เรียนเสร็จหรือระหว่าง ที่ทำการนำเสนองานแบบนี้อีกค่ะ เพราะทำให้ไม่เบื่อ และไม่เครียดด้วยค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา
55113400214 ตอนเรียน D1
- ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนคำขวัญ และได้รู้คำขวัญประจำจังหวัดต่างๆ ค่ะ
- ได้ทราบลักษณะการเขียน การอ่านการกล่าวเปิดปิดงานประเภทต่างๆ ด้วยค่ะ คำที่
คำที่ใชควรมีลักษณะเป็นอย่างไร
- ขั้นตอนและเทคนิคการเขียนเรียงความที่ถูกต้อง
2. ความรู้ใหม่ - ได้ทราบความหมายของชีวประวัติ รวมถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า"เรียงความ กับ ความเรียง " และยังได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด เช่น การเล่นเกม การตอบ คำถาม การทำแบบทดสอบที่เพื่อนๆ แต่ละกลุ่มได้นำมาทดสอบกันค่ะ
3. ข้อเสนอแนะ - อยากจะให้มีเกม หรือมีกิจกรรมที่สนุกๆ มาใช้เล่น ระหว่างที่เรียนเสร็จหรือระหว่าง ที่ทำการนำเสนองานแบบนี้อีกค่ะ เพราะทำให้ไม่เบื่อ และไม่เครียดด้วยค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา
55113400214 ตอนเรียน D1
Sunday, 22 December 2013
อัตชีวประวัติของตนเอง
ดิฉันชื่อนางสาวศิรประภา โคตรภูงา อายุ 19 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด เรียนอนุบาลจนถึงจบชั้นมัธยมอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และได้เข้ามาศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร พ่อกับแม่ของดิฉันมีลูกคนเดียวนั่นก็คือตัวดิฉันเอง หลายคนจะมองว่าลูกคนเดียวจะต้องทำตามที่พ่อกับแม่ชี้ทางหรือบังคับในเรื่องของการเรียน แต่สำหรับพ่อกับแม่ของดิฉันท่านไม่เคยที่จะบังคับดิฉันในเรื่องของการเรียนเลย ท่านจะตามใจดิฉันและคอยสนุบสนุนเป็นกำลังใจให้ดิฉันมาโดยตลอด ตอนที่ดิฉันเรียนอยู่มัธยมต้นดิฉันมีความฝันว่าโตขึ้นดิฉันอยากจะเป็นนางพยาบาล เพราะนางพยาบาลสวยและได้ช่วยเหลือชีวิตมนุษย์อีกด้วย พอดิฉันเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ดิฉันได้มีโอกาศไปฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ เพราะสิ่งนี้คือความใฝ่ฝันของดิฉัน แต่พอดิฉันได้ลองไปฝึกงานเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ทำให้ดิฉันรู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่ดิฉันได้ฝึกมานี้มันไม่ใช่ตัวตนของดิฉัน เพราะมีเหตุปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันคงไปไม่รอด ที่ดิฉันรู้สึกแบบนี้คือมีอยู่วันหนึ่งที่ดิฉันมีโอกาศเข้าไปดูการทำคลอด และได้ช่วยนางพยาบาลทำแผลผู้ป่วยที่บาดเจ็บได้มารักษาตัวที่โรงพยาบาล ดิฉันรู้สึกกลัวมากๆ จึงทำให้ดิฉันรู้ว่าตนเองไม่เหมาะที่จะเรียนพยาบาล และรู้สึกสับสน ซึ่ง ณ ตอนนั้นดิฉันยังไม่ทราบว่าตนเองถนัดทางด้านไหน แต่โดยส่วนตัวแล้วดิฉันชอบวิชาภาษาอังกฤษแต่ดิฉันไม่เใช่คนเก่ง และเป็นคนที่รักเด็กอย่างเวลาอยู่ที่บ้านก็จะชอบสอนการบ้านให้กับหลาน จนดิฉันขึ้นมัธยมศึกษาปีที 6 เทอม 1 มีคุณครูประจำวิชาภาษาอังกฤษท่านหนึ่งได้ถามดิฉันว่าดิฉันจะเรียนต่อทางด้านไหน สาขาอะไร ดิฉันก็ได้ตอบคุณครูไปว่าดิฉันยังไม่ทราบเลยว่าจะเรียนต่อทางด้านไหน คุณครูท่านได้แนะนำให้ดิฉันเรียนทางด้านครู หรือทางด้านครุศาสตร์ ดิฉันจึงย้อนถามอาจารย์กลับไปว่าทำไมถึงได้แนะนำให้ดิฉันเรียนทางด้านนี้ คุณครูตอบกลับมาว่าดิฉันเหมาะกับทางด้านนี้ คุณครูได้กล่าวต่อไปว่าคุณครูจะรอดิฉันกลับมาสอนที่โรงเรียนนี้ และบอกกับดิฉันว่าจะคอยเป็นกำลังใจให้ดิฉัน นับตั้งแต่วันนั้นดิฉันจึงตัดสินใจที่จะเลือกเรียนครู และดิฉันได้รู้แล้วว่าดิฉันเหมาะที่จะเรียนทางด้านนี้ที่สุดแล้วค่ะ
ชีวิตในอนาคตของดิฉัน ดิฉันอยากจะมีหน้าที่การงานที่ดี ได้ทำงานในสิ่งที่ดิฉันรัก อาชีพนั้นก็คือการที่ดิฉันได้เป็นคุณครู และมีครอบครัวที่อบอุ่น ดิฉันคิดว่าถ้าเรามีความพยายาม ความฝันของเราคงไม่ไกลเกินที่จะคว้ามา ท้อได้แต่อย่าถอย อย่ายอมแพ้ต้ออุปสรรคค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา 55113400214 D1
Tuesday, 17 December 2013
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้
- เข้าถึงความหมายของการเขียนอัตชีวประวัติ รวมถึงอัตชีวประวัติของบุคคลที่สำคัญของประเทศไทยด้วยค่ะ
- ได้รู้ความหมายของการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง วิธีการเขียนเง่าเรื่อง การเตรียมโครงเรื่องว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะเป็นแบบไหน
- เข้าใจความหมายของกาเขียนบทวิจารณ์ ลักษณะของบทวิจารณ์ โครงสร้างของบทวิจารย์ ขั้นตอนการวิจารณ์ และได้ฝึกในด้านการเขียนในลักษณะของการวิจารณ์
2. ความรู้ใหม่
- การเขียนอัตชีวประวัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเป็นคนเขียนขึ้น คนอื่นก็สามารถนำประวัติของเราไปเขียนได้เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ของดิฉันค่ะ เพราะดิฉันคิดว่าการเขียนอัตชีวประวัติตัวเราจะต้องเป็นคนเขียนหรือแต่งขึ้นเอง
3. ข้อเสนอแนะ
- อยากให้มีกิจกรรมระหว่างเรียนแบบนี้อีกค่ะ สนุกดี และไม่เคลียด
- ชอบตรงที่อาจารย์ให้วิจารณ์ตามภาพที่อาจาย์กำหนดมาให้ค่ะ เพราะได้ฝึกทางก้านความคิด จินตนาการ และที่สำคัญได้ฝึกการวิจารณ์ด้วยค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา
55113400214 ตอนเรียน D1
- เข้าถึงความหมายของการเขียนอัตชีวประวัติ รวมถึงอัตชีวประวัติของบุคคลที่สำคัญของประเทศไทยด้วยค่ะ
- ได้รู้ความหมายของการเขียนเพื่อเล่าเรื่อง วิธีการเขียนเง่าเรื่อง การเตรียมโครงเรื่องว่าเป็นอย่างไร มีลักษณะเป็นแบบไหน
- เข้าใจความหมายของกาเขียนบทวิจารณ์ ลักษณะของบทวิจารณ์ โครงสร้างของบทวิจารย์ ขั้นตอนการวิจารณ์ และได้ฝึกในด้านการเขียนในลักษณะของการวิจารณ์
2. ความรู้ใหม่
- การเขียนอัตชีวประวัติ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเป็นคนเขียนขึ้น คนอื่นก็สามารถนำประวัติของเราไปเขียนได้เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นความรู้ใหม่ของดิฉันค่ะ เพราะดิฉันคิดว่าการเขียนอัตชีวประวัติตัวเราจะต้องเป็นคนเขียนหรือแต่งขึ้นเอง
3. ข้อเสนอแนะ
- อยากให้มีกิจกรรมระหว่างเรียนแบบนี้อีกค่ะ สนุกดี และไม่เคลียด
- ชอบตรงที่อาจารย์ให้วิจารณ์ตามภาพที่อาจาย์กำหนดมาให้ค่ะ เพราะได้ฝึกทางก้านความคิด จินตนาการ และที่สำคัญได้ฝึกการวิจารณ์ด้วยค่ะ
นางสาวศิรประภา โคตรภูงา
55113400214 ตอนเรียน D1
Subscribe to:
Posts (Atom)